วันนี้ได้อ่านหนังสือเล่มนึง ชื่อว่า เหนือเมฆ เขียนโดย กัปตันโทนี่
บทนึงของหนังสือ กล่าวถึงอุบัติเหตุที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาตร์วงการการบิน
นั่นก็คือ การชนกันของเครื่องบินโบอิ้ง 747 2 ลำ
ระหว่างสายการบินแพนแอม ของสหรัฐ กับสายการบิน KLM ของเนเธอร์แลนด์

เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะว่า การสื่อสารกันของนักบินกับหอบังคับการบินไม่ตรงกัน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่..ท่าอากาศยานลอส โรเดออส บนเกาะเทอร์นารีฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่เกาะคานารี
ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา ติดกับแอตแลนติก ยังไม่พอ
ยังเป็นดินแดนของเสปนอีก เฮ้อ!!


วันที่ 27 มีนาคม 1977 (พ.ศ.2520)
วันนั้นตอนช่วงใกล้ค่ำ เครื่องบินที่จะลงที่สนามบินลาส ปาลมาสต้องเปลี่ยนแผนไปลง
ที่ลอส โรเดออสแทน เพราะว่ามีการก่อการร้ายขึ้นที่สนามบิน
มีเครื่องบินหลายลำจอดที่ลอส โรเดออสเยอะมาก และอีกส่วนหนึ่งก็บินวนเหนือน่านฟ้า เพื่อรอคิวที่จะลงและขึ้นตามลำดับ
แล้วสายการบิน KLM ก็ได้รับอนุญาตให้นำเครื่องขึ้น เพื่อที่จะบินไปลงที่ลาส ปาลมาส


"KLM...คุณได้รับอนุญาตให้นำเครื่องเคลื่อนเข้าไปตั้งลำในรันเวย์ได้ ให้แล่นไปตามรันเวย์แล้วกลับลำที่หัวสนาม"
นั่นเป็นเสียงของหอบังคับการบิน เนื่องจากมีเครื่องบินมากผิดปกติ และทัศนวิสัยทางอากาศขณะนั้นก็กำลังแย่ มีเครื่องบินหลายลำออกันอยู่ที่แท๊กซี่เวย์ (ไม่ใช่ทางแท๊กซี่นะ - -*) แท๊กซี่เวย์คือ ทางปกติที่ไม่ใช่รันเวย์
"แพนแอม...คุณได้รับอนุญาตให้แล่นเข้ารันเวย์เพื่อไปออกยังอีกจุดซึ่งเป็นทางคู่ขนานกับรันเวย์ เพื่อรอวิ่งขึ้นต่อ KLM..."
หอบังคับการบินบอกกัปตันของแพนแอม
ทันทีที่เครื่องบินถึงหัวสนาม กลับลำพร้อมจะขึ้นแล้ว (เราคิดว่า คงไม่รอคำสั่งให้ขึ้นจากหอบังคับน่ะ..) นักบิน KLM ก็ใจร้อน อยากจะรีบเอาเครื่องขึ้นเร็วๆ ก็เลยสั่งโคไพลอตว่า ให้วิทยุไปยังหอบังคับการบินว่า "เรากำลังอยู่ในระหว่างการวิ่งขึ้น..." ซึ่งก็คือ "We are in the take off..."
"OK...Standby for clearance..." เสียงวิทยุตอบ โดยทางหอฯเข้าใจว่า กัปตัน KLM คงจะบอกว่า เขาอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจะวิ่งขึ้น หรือ Take off position นั่นเอง จึงตอบไปว่า โอเค...แต่รอแสตนด์บายเคลียร์รันเวย์ก่อน
ทว่า เพราะฝนฟ้าไม่เป็นใจในวันนั้น นักบินของ KLM ไดยินแค่ OK ซึ่งเข้าใจว่า เออ ตกลงชั้นให้แกเอาเครื่องขึ้นได้ นักบินเลยนำเครื่องแล่นไปอย่างรวดเร็ว (หลายร้อยกิโลเมตร/ชม) ขณะนั้น ทางแพนแอมก็ได้ยินบทสนทนาโต้ตอบระหว่ากันของ KLM และหอฯ จึงวิทยุไปว่า "ผมกำลังอยู่บนรันเวย์นะครับ ยังไม่ได้แล่นออกไป"
..ก็คือ เค้าจะบอกว่า แพนแอมยังอยู่บนรันเวย์อยู่เลยนะ แล้ว KLM มาจากไหน (นึกถึงรถวิ่งเลนเดียววิ่งแล้วมีรถที่ตามหลังมาด้วยความเร็วสูงกำลังจะแซง แต่สุดท้ายกลับพบว่ามีแค่เลนเดียว แถมข้างทางยังเป็นเหวลึก)

(จากรูปจะเห็นได้ว่า KLM กลับลำที่หัวสนามแล้ว แต่ใจร้อนอยากจะนำเครื่องขึ้นเลย โดยไม่ทันดูว่า แพนแอมขวางรันเวย์อยู่)
นี่เป็นบทสนทนาจากกล่องดำ..(หลังจากที่กัปตันของ KLM เอะใจแล้วว่า แพนแอมยังไม่ออกจากรันเวย์)
17:06:32 (เจ้าหน้าที่คนแรกของKLM ) พวกเขายังไม่ได้เคลียร์สนามบินหรอเนี่ย
17 :06 :34 (กัปตันKLM) - พูดอะไรน่ะ
คิดดูดิ อีก 700 เมตรจะไปทันอะไรพอที่แพนแอมจะไหวตัวทันว่ามีเครื่องบินลำหนึ่ง วิ่งด้วยความเร็วที่พร้อมจะขึ้น กำลังจี้ตามหลังมา (เครื่องบินนะ ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์ จะได้หักหลบทัน)
17:06:35 (KLM first officer) เค้ายังไม่ได้เคลียร์แพนแอมของอเมริกาอีกหรอไง
17:06:36 ( กัปตัน KLM ) ใช่..(เน้นเสียงเข้ม..คือรู้ว่าตายแน่ๆ..เพราะตอนนี้เห็นแล้ว)
เสียงสุดท้ายที่ได้ยินจากกล่องดำของ KLM คือ เสียงตะโกนด้วยความตกใจของกัปตัน KLM และคำว่า Oh Shit!!!!......
ส่วนนี่คือของแพนแอม ที่เห็นว่าระยะ 700 เมตรท่ามกลางหมอกหนา กำลังมีมัจจุราชเยื้องกรายเข้ามาอย่างรวดเร็ว
17:06:41 (กัปตัน PanAm) (ตะโกนลั่น) มันกำลังมา ไอ้เชี่ยนั่นกำลังมาาาาาาาาาาาาาาาาาา
เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 583 คน
ผู้โดยสารเครื่องบินของ KLMไม่มีใครรอดตายจากเหตุการณ์นี้
ผู้โดยสารเครื่องบินของแพนแอม มีคนรอดชีวิต 54 คน ลูกเรืออีก 7 คนรวมถึงกัปตันแพนแอม
จากผู้โดยสารทั้งหมด 396 คน

นี่เป็นเครื่องบิน KLM ลำที่เกิดอุบัติเหตุจริงๆ ถ่ายก่อนหน้านั้นไม่กี่นาที





ปล. เครื่องบินโบอิ้ง 747 มี 2 ชั้น ผู้โดยสารชั้น 2 ของแพนแอมเลยรอดตาย แต่ของ KLM มันเกิดจากการกระแทกและพุ่งชนอย่างแรง เลยทำให้ต่อให้นั่งชั้น 3 หรือ 4 ยังไงก็ไม่รอด... [swf=87x118]http://modeldiary.schtuff.com/boyd01_swf?action=binary[/swf]
